เข้าสู่ระบบ


 

ไทยรัฐ เดลินิวส์
ผู้จัดการ มติชน
สยามรัฐ
คมชัดลึก เส้นทางเศรษฐกิจ บ้านเมือง Bangkok Post
ข่าวสด โพสต์ทูเดย
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ แนวหน้า ประชาชาติธุรกิจ
กระแสหุ้น ฐานเศรษฐกิจ
เสรีรายวัน กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
Business Thai
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฟุตบอลฟุตบอล ทีเด็ดบอลไทยสู้สู้ซ็อกเกอร์ฮ็อต สยามกีฬา


    1  
ASEAN >> Inside asean
ปัญหาอุปสรรคและโอกาส

วันที่ 15 ก.พ. 2554 )
สขร.สปข.๕
 
               บนย่างก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ๒๐๑๕ : ปัญหา อุปสรรคและโอกาส
               ในยุคที่สถานการณ์โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศต่างๆให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มกันในเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่หลากหลายเพื่อระดมเอาลักษณะร่วมกันมาเพิ่มอำนาจต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาซึ่งเคยเป็นปัญหาระดับประเทศกลับขยายวงกว้างขึ้นเป็นปัญหาระหว่างประเทศ อาเซียนจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ให้สามารถรับมือกับภาวการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ผู้นำประเทศอาเซียนได้เห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มอย่างเหนียวแน่นและมั่นคงโดยจัดตั้งประชาคมอาเซียนจัดกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกอาเซียน จำเป็นต้องคาดการณ์และกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของอาเซียนเป็นสำคัญ
               สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Siam Intelligence Unit (SIU) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง "บนย่างก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ๒๐๑๕ : ปัญหา อุปสรรคและโอกาส” เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทยในการตั้งรับต่อการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และเป็นแนวทางให้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พัฒนายุทธศาสตร์และกลไกที่เหมาะสมของไทย สำหรับการเตรียมตัวเป็นหนึ่งในประชาคมอาเซียน โดยมีนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอภิปราย
               ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย ศาสตราภิธาน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวปาฐกถาบางตอนว่า แม้กลุ่มอาเซียนประกาศว่า ภายในปี ๒๕๕๘ ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้น แต่ประชาชนในกลุ่มอาเซียนยังขาดการเป็นเจ้าของและยังไม่มีโอกาสเข้ามีส่วนร่วม โดยเฉพาะทางสังคมยังไม่เกิดเป็นรูปธรรม จะมีส่วนร่วมเฉพาะผู้นำระดับรัฐมนตรี หรือหน่วยราชการเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่มีนโยบายร่วมกันในกิจกรรมภายนอก อีกทั้งปัญหาการเมืองภายในของแต่ละประเทศก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอาเซียน พร้อมทั้งเสนอทางออกของอาเซียนว่าภาครัฐต้องยอมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดยอมรับการตัดสินใจ พร้อมจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหา เสนอให้กลุ่มอาเซียนจัดทำแผนร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
               พลตรีสุรสิทธ์ ถนัดทาง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (ศศย.สปท.) กล่าวถึงความพร้อมด้านการเมืองและความมั่นคงว่า กองทัพได้มีข้อตกลงความร่วมมือกันทางด้านพื้นฐานความมั่นคงระหว่างประเทศมานานภายใต้สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันประกอบด้วย การเคารพในอำนาจอธิปไตย ความเสมอภาคและบูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายในและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ไม่เคยมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นนับตั้งแต่จัดตั้งกลุ่มอาเซียนขึ้น แม้นโยบายความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมากลุ่มอาเซียนไม่เคยพูดถึงการป้องกันประเทศร่วมกันเพราะการป้องกันประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่กลุ่มอาเซียนจะต้องหารือกัน แต่การสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในหัวใจสำคัญยิ่งกว่า อยากให้ประเทศไทยลุกขึ้นมาเป็นผู้นำทางความคิด รวบรวมทุกประเทศทำให้เกิดความมั่นคงทางภูมิภาค
               ด้านเศรษฐกิจ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการเกิดประชาคมอาเซียนคือ ผู้ประกอบการวิสหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบเรื่องราวของการเปิดเสรีทางการค้า ในขณะที่ผู้ที่ทราบก็ไม่สามารถหาทางออกได้ว่าจะปรับไปในทิศทางใด สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการธุรกิจภายในอย่างเดียวโดยไม่มีความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีปัญหาแรงงาน สมองไหลเนื่องจากเขตการค้าเสรีจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทักษะฝีมือ ความถนัดทางภาษา ออกไปทำงานยังที่ที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าในเขตอาเซียน ซึ่งภาคเอกชนต้องร่วมมือกันกับภาครัฐในการคิดยุทธศาสตร์ของประเทศร่วมกัน ในการดึงกำลังแรงงานให้อยู่ภายในประเทศ สำหรับเขตการค้า วิธีการด้านศุลกากรที่ยังมีความสลับซับซ้อนที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ อาจส่งผลต่อการเสียประโยชน์ตามมาได้
               ด้านวัฒนธรรม รศ.สมหมาย ชินนาค ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นเพียงวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่ออุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ที่มุ่งแต่ภาคเศรษฐกิจ โดยเพียงหวังให้สังคมวัฒนธรรมเป็นเครื่องเคียงประกอบ เนื่องจากทุกประเทศต้องการความเป็นสมาชิกองค์กรระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศตนโดยไม่คำนึงถึงการร่วมงานกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดให้ทุกประเทศหันมาสร้างมรดกร่วมทางวัฒนธรรมเพื่อช่วยเสริมสร้างประชาคมวัฒนธรรมอาเซียนให้มีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน
               จากแนวคิดและมุมมองของนักวิชาการทั้งสี่ท่าน ได้สะท้อนถึงปัญหา อุปสรรคและทางออกเพื่อรองรับกับการก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ของไทย นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ทันสู่การเป็นประชาคมอาเซียน เพราะการเป็นประชาคมอาเซียนนั้นไม่ได้อยู่ที่กรอบนโยบายเพียงอย่างเดียว ปัญหาสำคัญคือทำอย่างไรให้ประชาชนทั่วทั้งภูมิภาคได้รับรู้ รับทราบและสร้างความเข้าใจ ตามหลักการ "วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว” ซึ่งเป็นกรอบมุ่งหวังของกลุ่มอาเซียน ในขณะที่ผลสำรวจการรับรู้และความเข้าใจในเรื่องอาเซียนของชาวไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ นับเป็นโจทย์สำคัญที่รอการแก้ไขที่ทุกภาคส่วนต้องผนึกกำลังกันเพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุดในการก้าวเข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ
วิบูลย์ สุมาลี : รวบรวม เรียบเรียง
จำนวนคนอ่าน 6043 คน จำนวนคนโหวต 0 คน


วารสารสปข.5 เดือนมิถนายน 57
ดูทั้งหมด
FONTSIZE

นางพิชญา  เมืองเนาว์
ผอ.สปข.5
 
« กรกฎาคม 2557 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
   1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด

 
 
 

 
 ข่าวทั่วไทย


ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5
กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
145 ถนนดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
โทร 0 - 7727 - 2038 ,0 - 7727 - 2699