..สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๕ ยินดีต้อนรับ...

 เข้าสู่ระบบ
 




 
Untitled Document

ไทยรัฐ เดลินิวส์
ผู้จัดการ มติชน
สยามรัฐ
คมชัดลึก เส้นทางเศรษฐกิจ บ้านเมือง Bangkok Post
ข่าวสด โพสต์ทูเดย
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ แนวหน้า ประชาชาติธุรกิจ
กระแสหุ้น ฐานเศรษฐกิจ
เสรีรายวัน กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
Business Thai
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฟุตบอลฟุตบอล ทีเด็ดบอลไทยสู้สู้ซ็อกเกอร์ฮ็อต สยามกีฬา


""
ข่าวภาคใต้ตอนบน
สังเกตการณ์ การดำเนินงานท่าเทียบเรือในพื้นที่รวมทั้งมาตรการ การจัดการการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น ในประเทศไทย

วันที่ 18 ก.ค. 2561 )
ส.ปชส.ภก.
 

                                          ททท.นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ภูเก็ตติดตามสถานการ์ และสังเกตการณ์ การดำเนินงานท่าเทียบเรือในพื้นที่รวมทั้งมาตรการ การจัดการการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น ให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดี มีมาตรฐาน อย่างครบวงจร 
                นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นำสื่อมวลชนในประเทศและสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกว่า 20 คน เดินทางมาที่ จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามสถานการณ์ และสังเกตการณ์ การดำเนินงานของ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ซึ่งท่าเทียบเรือแห่งนี้เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต และเป็นหนึ่งในท่าเทียบเรือที่นำผู้ประสบภัยขึ้นฝั่งเพื่อนำส่งโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมีนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3,นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ,นางศิรวีวาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ โอกาสนี้คณะได้รับฟังบรรยายสรุปจากเหตุการณ์เรือล่มจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุการณ์ เจ็ตสกี,เรือเซเรเนต้า และเรือฟีนิกซ์ล่ม ที่จังหวัดภูเก็ต โดย เรือทั้ง 3 ลำ มีทักท่องเที่ยว ลูกเรือ ไกด์และครูสอนดำน้ำ รวม 147 ราย จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้รอดชีวิต 100 ราย และนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 47 ราย
                   นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เรือล่มในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้ได้ปิดศูนย์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุเรือล่มนั้นบรรยากาศในช่วงเช้าท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้จะมีการตั้งเค้าของเฆมฝนมาจากทิศตะวันตกและมีคลื่นลมแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเมื่อเวลา 17.00 น.ได้รับการรายงานว่าเกิดเหตุเรือล่มบริเวณทางทิศใต้ของเกาะเฮ โดยในวันดังกล่าวมีคลื่นสูงประมาณ 5 เมตรและเป็นจุดที่มีแนวลมแรงมาก ลักษณะการจมของเรือ 2 ลำแตกต่างกันโดยเรือเซเรเนต้ามีลักษณะการจมแบบค่อยๆจมใช้เวลาในการจมประมาณ 6 ชั่วโมงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถออกจากเรือได้ทัน ในส่วนของเรือฟีนิกซ์เป็นลักษณะการจ่มแบบทันทีทันใดทำให้มีนักท่องเที่ยวติดอยู่ภายในเรือ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีการระดมกำลังช่วยเหลือทั้งเรือประมงพาณิชย์และเรือของทัพเรือภาคที่ 3 แต่ด้วยภาวะคลื่นลมที่มีความแรงทำให้เรือขนาดเล็กจะไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้
                 สำหรับผู้ประสบภัยที่อยู่ผิวน้ำสามารถช่วยได้ทั้งหมดผู้ที่ติดอยู่ในเรือซึ่งมีความลึก 45 เมตร และคลื่นลมแรง จึงไม่สามารถลงไปช่วยได้ประกอบกับเป็นช่วงเวลากลางคืนทำให้ไม่มีแสงสว่าง โดยทันทีที่เกิดเหตุจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เรือล่ม ณ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลองแห่งนี้ภายหลังจากการค้นหาผู้เสียชีวิต ได้ตั้งคณะทำงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลโดยสามารถทำการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้เสร็จสิ้นในช่วงเวลาประมาณ 2-3 วัน พร้อมกันนี้การได้ดำเนินการจัดการล่ามและเจ้าหน้าที่ไปประจำที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตเพื่อประสานให้ความช่วยเหลือญาติของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตโดยได้รับการสนับสนุนล่ามจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและสมาคมการโรงแรมสนับสนุนห้องพักให้แก่ญาติกว่า 500 ห้อง และจังหวัดได้อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตโดยผู้เสียชีวิตทั้ง 47 ราย ญาติแจ้งความประสงค์ฌาปนกิจที่จังหวัดภูเก็ต 40 รายและส่งกลับประเทศจำนวน 7 ราย
               ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาสามารถดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้จำนวน 30 ราย และผู้บาดเจ็บ รวมเป็นเงินกว่า 64 ล้านบาทและในส่วนของญาติที่เหลือได้นัดหมายมาทำเอกสารในวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องลีลาวดี โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และจังหวัดได้กำหนดแผนยกระดับความปลอดภัยทางทะเลทั้งนี้ได้กำหนดให้มีจุดเช็คพ้อยเพื่อตรวจสอบเรือ กัปตันเรือ และผู้โดยสารโดยมีเป้าหมายเรือทุกลำที่ออกจากท่าเทียบเรือในจังหวัดภูเก็ตจะต้องผ่านจุดเช็คพ้อยโดยมีเจ้าหน้าที่ที่บูรณาการกับทัพเรือภาคที่ 3, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตและสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ตได้ทำการตรวจสอบเรือจะต้องมีความพร้อมกัปตันเรือจะต้องมีความพร้อมและจำนวนผู้โดยสารที่ลงไปจะต้องมีรายชื่อ พร้อมทั้งจะต้องมีการบันทึกภาพผู้โดยสารที่ลงเรือทั้งหมดและจะต้องมีการส่งข้อมูลการเดินทางของเรือไปสู่เป้าหมายที่เรือจะเดินทางไปถึงด้วย ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยทางทะเลขณะนี้จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยทางทะเลที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองแห่งนี้โดยกำหนดให้มีเรืออยู่ประจำตลอดเวลาจำนวน 3 ลำและมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แห่งนี้ตลอด 24 ชั่วโมงและมีวิทยุสื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานทั้งเรือประมง,เรือของราชการ,สื่อมวลชน,สถานีวิทยุกระจายเสียงและเครือข่ายการประชาสัมพันธ์เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยไปสู่พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งจุดนี้จะมีวัสดุอุปกรณ์ชุดประดาน้ำโดยประสานกับภาคเอกชนมาช่วยสนับสนุน พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาตรวจสอบเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ช่วยชีวิต เสื้อชูชีพ ต้องเพียงพอกับ นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้รับบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว
                 พร้อมกันนี้จังหวัดภูเก็ตให้ความสำคัญกับการขอความร่วมมือบริษัทการท่องเที่ยวที่จะต้องให้ความรู้ในการใช้อุปกรณ์และมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวทางทะเล ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการผลิตสื่อมัลติมีเดีย 5 ภาษา "การท่องเที่ยวทะเลภูเก็ตอย่างไรให้ปลอดภัย" ส่งให้บริษัทท่องเที่ยวเพื่อนำไปส่งต่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้และเข้าใจ
                  พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าว การปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือล่มกองทัพเรือได้มอบหมายให้ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการโดยมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนนักประดาน้ำจากประเทศจีนมาช่วยในปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยด้วย ในช่วงแรกได้ปฏิบัติการค้นหาทางกายภาพจนสามารถพบผู้เสียชีวิตทั้ง 46 รายจากนั้นได้วางแผนกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 47 ซึ่งใช้เวลาหลายวันเนื่องจากมีความยากลำบากในการกู้ร่างเป็นอย่างมาก โดยหลังจากนี้ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้วางแผนจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในทะเลอันดามันเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
                   นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าว   ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น เพื่อให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดี มีมาตรฐาน อย่างครบวงจร (14.00 น.) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีกำหนดการที่จะนำสื่อมวลชนเดินทางไป สังเกตการณ์สถานการณ์การท่องเที่ยวทางทะเล และการบริหารจัดการของท่าเทียบเรืออ่าวปอ ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่นำเทคโนโลยี สายรัดข้อมือ ติดตามตัวนักท่องเที่ยว (Wristband) มาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และในช่วงเย็นเวลา 16.30 น. จะเดินทางไป สังเกตการณ์บรรยากาศการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวจีน ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน และวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 คณะสื่อมวลชนจะไปยังท่าเทียบเรือรัษฎาเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลของนักท่องเที่ยวจีนและช่วงบ่ายเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า ถนนถลาง เสร็จสิ้นภาระกิจ จากนั้นเดินทางกลับ

จำนวนคนอ่าน 28 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

FONTSIZE
 
« ธันวาคม 2561 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด

 
 ข่าวทั่วไทย

ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5
กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
145 ถนนดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
โทร 0 - 7727 - 2038 ,0 - 7727 - 2699