เข้าสู่ระบบ


 

ไทยรัฐ เดลินิวส์
ผู้จัดการ มติชน
สยามรัฐ
คมชัดลึก เส้นทางเศรษฐกิจ บ้านเมือง Bangkok Post
ข่าวสด โพสต์ทูเดย
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ แนวหน้า ประชาชาติธุรกิจ
กระแสหุ้น ฐานเศรษฐกิจ
เสรีรายวัน กรุงเทพธุรกิจ
ไทยโพสต์
Business Thai
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฟุตบอลฟุตบอล ทีเด็ดบอลไทยสู้สู้ซ็อกเกอร์ฮ็อต สยามกีฬา


    1  
ประชาธิปไตยกับวัยทีน
การเลือกตั้ง ส.ส.คืออะไร?

วันที่ 27 มิ.ย. 2554 )
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเปลี่ยนการเมืองไทย ทาง Thai PBS
 
         หลาย ๆ คนไปเลือกตั้งเพราะหน้าที่ในฐานะพลเมืองดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ การเลือกตั้งมักจะเกิดจากการที่รัฐบาลบริหารประเทศครบวาระแล้วนั่นก็คือครบ 4 ปี และอีกกรณีคือหลังจากการประกาศยุบสภา แม้จะไม่ครบวาระก็ตาม
         สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 มีความแตกต่างไปจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เนื่องจากเมื่อก่อนนี้ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งกำหนดให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งจำนวน 480 คน แบ่งเป็นการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.แบบสัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อ 80 คน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2554 ที่มีการแก้ไขแล้ว โดยจะมี ส.ส.จากการเลือกตั้งทั้งสิ้น 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 375 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 125 คน
         ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นเขตเลือกตั้งย่อย ๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต นั่นก็คือประชาชนอยู่จังหวัดไหนเขตไหนก็ให้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนในเขตนั้นได้ 1 คน ผู้สมัครที่มีคะแนนมากที่สุดในเขตนั้นก็จะได้เป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของประชาชนในท้องที่นั่นเอง
         สำหรับการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น มีวิธีคิดว่าทั้งประเทศนับเป็น 1 หน่วยเลือกตั้ง พรรคใดมีผู้ใช้สิทธิเลือกมากก็จะได้คะแนนเสียงมาก โดยการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้นเท่ากับคะแนนรวมของผู้ที่มาใช้สิทธิลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองทุกพรรคหารด้วยจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่ากับ 125 คน ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับคะแนนเสียงต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน
         พรรคใดได้คะแนนเสียงมากเท่ากับได้จำนวน ส.ส.มากด้วยเช่นกัน และผู้สมัครที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของบัญชีรายชื่อของพรรคก็มีสิทธิได้เป็น ส.ส. ไล่เรียงลงมาตามลำดับตามคะแนนเสียงที่ได้รับ
          ตัวอย่างเช่น ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงให้กับพรรคที่ชื่นชอบเท่ากับ 30,450,000 คะแนน นำมาหารด้วยจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่มีได้คือ 125 คน ผลลัพธ์คือ 243,600 คะแนนต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จากนั้นก็มาดูว่าแต่ละพรรคได้รับคะแนนเสียงทั้งหมดเป็นจำนวนเท่าใด ตัวอย่างเช่น พรรคกอไก่ได้คะแนนเสียงทั้งสิ้น 12,600,000 คะแนน หารด้วย 243,600 คะแนน จะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 52 คน ทำอย่างนี้กับทุก ๆ พรรค ถ้าหากยังไม่ครบจำนวน 125 คน ก็ต้องมาดูว่าพรรคไหนมีเศษเหลือมากที่สุดก็จะได้รับจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 1 คน ไล่เรียงไปเรื่อย ๆ จนครบ 125 คน
         ดังนั้นประชาชนควรเตรียมพร้อมในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด ตรวจรายชื่อให้ถูกต้อง เข้าคูหาจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรเลือกตั้งมา 2 ใบ ใบแรกสำหรับเลือก ส.ส.แบบแข่งเขต อีก 1 ใบเป็นการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ท่านสามารถเลือกโดยกาได้บัตรละ 1 หมายเลข หรือถ้าไม่ชอบใครเลยก็ให้กาในช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน เมื่อเสร็จแล้วนำบัตรทั้ง 2 ใบไปหย่อนในกล่องใส่บัตรเลือกตั้งให้ถูกต้อง
          เพียงแค่นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกคนที่จะมาเป็นปากเป็นเสียงให้กับเราแล้ว ดังนั้นเราควรเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เพื่อเลือก ส.ส.เป็นตัวแทนของเรา ส.ส.เหล่านั้นจะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีมาพัฒนาประเทศ และนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อร่วมกันบริหารประเทศชาติต่อไป
 
 สุทธิมา สัญวงษ์/เรียบเรียง
ที่มา: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเปลี่ยนการเมืองไทย
ทาง Thai PBS
วันที่ 14 มิถุนายน 2554
 
จำนวนคนอ่าน 2791 คน จำนวนคนโหวต 0 คน


วารสารสปข.5 เดือนสิงหาคม 57
ดูทั้งหมด
FONTSIZE
 
« ธันวาคม 2557 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด

 
 

 


ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5
กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
145 ถนนดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
โทร 0 - 7727 - 2038 ,0 - 7727 - 2699